fbpx
จัดส่งฟรีทั่วประเทศ 3-5 วัน | รับประกัน 30 วัน | ให้คำปรึกษาฟรี

เติมเต็มพื้นที่ให้บ้านของคุณดูพิเศษยิ่งขึ้นด้วย ‘รูปแต่งบ้าน’

สำหรับคนรักบ้านแล้วนั้น รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการตกแต่งบ้านอย่างรูปแต่งบ้าน เป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองข้ามไปได้ และต้องอาศัยความพิถีพิถันในการเลือกอย่างมากแน่นอน และหากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักบ้าน อยากลองหารูปภาพตกแต่งบ้านสวย ๆ สักรูปมาเติมให้ผนังบ้านของคุณดูเต็ม แต่ยังไม่มีไอเดียล่ะก็ ทาง PENNELLO ได้รวบรวมไอเดียในการเลือกภาพตกแต่งบ้าน พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดวางรูปภาพแต่งบ้านแล้วที่นี่

แชร์ 3 สิ่งที่คุณควรรู้สำหรับการเลือกรูปแต่งบ้าน

เริ่มดูที่ลักษณะของภาพตกแต่งบ้าน

แน่นอนว่าลักษณะของรูปภาพบนโลกใบนี้นั้นมีหลากหลายแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพตกแต่งบ้านในแบบของรูปถ่าย รูปวาด รูปกราฟฟิค หรือรูปที่ประกอบไปด้วยตัวอักษรก็ได้เช่นกัน ซึ่งลักษณะที่ต่างกันออกไปของรูปแต่งบ้านนี้ แน่นอนว่าจะย่อมให้ความรู้สึกกับเราในแบบที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งทริคหนึ่งที่เราอยากแนะนำคือคุณควรเลือกใช้รูปภาพแต่งบ้านที่มีรูปแบบเดียวกัน ในการตกแต่งผนังบ้านของคุณ เช่น หากคุณมีกรอบรูปอยู่ 7 อัน ทั้ง 7 รูปนั้นก็ควรเป็นรูปประเภทเดียวกัน เช่น เป็นรูปถ่ายทั้งหมดนั่นเอง แต่นั่นก็ไม่ใช่กฎตายตัวอะไรเสมอไป เพราะหากคุณต้องการความหลากหลาย คุณอาจเลือกรูปแต่งบ้านที่เป็นรูปแบบตัวอักษร หรือรูปแบบรูปวาดมาแทรกสัก 1-2 รูป ภาพรวมของภาพทั้งหมดก็คงจะสวยและช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คุณได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ดูต่อที่โทนสีของรูปแต่งบ้าน

เรื่องโทนสีก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คุณควรคำนึง โดยวิธีเลือกโทนสีของภาพตกแต่งบ้านแบบง่าย ๆ และทำได้เองก็คือการใช้สีโทนเดียวกับเฟอร์นิเจอร์ หรือสีผนังและเพดานของบ้านของคุณ เพื่อให้ทุกองค์ประกอบในบ้านหรือในห้องห้องนั้นดูเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนั่นเอง โดยหากคุณไม่ชอบการใช้โทนสีแบบที่เราได้แนะนำไป เราก็มีการเลือกโทนสีของรูปภาพตกแต่งบ้านที่แตกต่างออกไป แต่ก็ยังให้เข้ากับองค์ประกอบอื่น ๆ ในบ้านของคุณได้อย่างดีเยี่ยมนั่นเอง โดยลักษณะการจับคู่โทนสีแบบอื่น  ๆ ที่เราอยากขอแนะนำก็คือ…

  • Analogous Colors (สีข้างเคียง) – คือการใช้สีที่อยู่ใกล้เคียงกันในวงล้อสีประมาณ 2-3 สี มาใช้นั่นเอง ตัวอย่างเช่น หหากองค์ประกอบโดยรวมของบ้านคุณเป็นสีฟ้า คุณอาจเลือกรูปแต่งบ้านที่มีสีใกล้เคียงกับสีฟ้า อย่างสีน้ำเงิน สีฟ้าอ่อน และสีฟ้าอมเขียวมาใช้นั่นเอง
  • Contemporary Colors (สีขั้วตรงกันข้าม) – ตรงตามชื่อเลยก็คือการใช้สองสีที่อยู่ขั้วตรงกันข้ามกันในวงล้อมาใช้ เช่น หากบ้านของคุณมีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นสีน้ำเงินอ่อน สีของรูปภาพแต่งบ้านที่คุณควรเลือกเมื่อใช้วิธีจับคู่แบบนี้ก็คือสีส้มอ่อนนั่นเอง ซึ่งแม้ว่าฟังดูแล้วทั้งสองสีดูจะเข้ากันไม่ได้แน่ ๆ แต่จริง ๆ แล้วมีงานศิลปะหลากหลายงานที่ใช้ทฤษฎีจับคู่สีแบบนี้แล้วเวิร์คนะ จะบอกให้
  • Triadic Colors (สีสมดุลรูปสามเหลี่ยม) – คือการเลือกสีสามสีที่ลากเส้นหากันในวงล้อสีแล้วจะเกิดเป็นรูปสามเหลี่ยมนั่นเอง โดยตัวอย่างก็คือ หากบ้านของคุณมีองค์ประกอบเป็นสีน้ำเงิน ถ้าคุณอยากใช้ทฤษฎีนี้เข้ามาช่วย อีกสองสีที่คุณควรวางแผนมาใช้เลือกรูปภาพตกแต่งบ้านก็ควรเป็นสีเหลือง และสีแสดนั่นเอง
  • Split-Complementary Colors (สีข้างเคียงของสีคู่ตรงกันข้าม) – ซึ่งวิธีการใช้ก็ตรงตามชื่อเลยก็คือการเลือกสีข้างเคียง ทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของสีตรงกันข้ามมาใช้นั่นเอง ตัวอย่างเช่น หากในบ้านของคุณมีเฟอร์นิเจอร์และองค์ประกอบในบ้านเป็นสีฟ้าน้ำทะเลเป็นส่วนใหญ่ สีของภาพตกแต่งบ้านที่คุณจะต้องเลือก หลังจากใช้ทฤษฎีนี้ช่วยก็ต้องเป็นสีส้มอ่อน และสีแสดออกไปทางสีแดงนั่นเอง

อย่างไรก็ดี คุณอาจไม่จำเป็นต้องใช้สีตามทฤษฎีนี้แบบเป๊ะ ๆ ก็ได้ เพราะคุณสามารถเลือกปรับโทนของสีให้เข้มขึ้นหรืออ่อนลงได้ตามความเหมาะสม เพื่อสร้างความสมดุลให้เกิดระหว่างรูปแต่งบ้าน และบ้านของคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดนั่นเอง

การจัดวางรูปภาพตกแต่งบ้าน

การเลือกจัดวางรูปแต่งบ้านก็สามารถทำได้หลายวิธีและหลายรูปแบบด้วยกัน ซึ่งนั่นก็คือ…

  • แบบ Single – วางภาพตกแต่งบ้านรูปเดียวไปเลย
  • แบบวางภาพ 3 ตอน – การนำภาพสามภาพมาเรียงต่อกัน โดยคุณควรเว้นระยะห่างของแต่ละรูปประมาณ 2-4 นิ้ว เพื่อไม่ให้ดูอัดแน่นกันจนเกินไป
  • แบบ Linear หรือแบบเส้นตรง – โดยคุณสามารถวางภาพกี่ภาพก็ได้ให้เรียงต่อกันให้เป็นเส้นตรง ซึ่งจะจัดวางให้เป็นเส้นตรงแบบแนวนอน หรือเส้นตรงแบบแนวตั้ง ก็ดูสวยไม่แพ้กันเลย
  • แบบ Grid – คือการจัดวางรูปภาพแต่งบ้านให้มีขนาดที่สมดุลกันทั้งในแนวตั้งและแนวนอน โดยจำนวนภาพที่ง่ายที่สุดในการจัดวางแบบนี้คือจำนวน 9 ภาพนั่นเอง โดยแบ่งออกเป็น 3 เซต เซตละ 3 ภาพนั่นเอง
  • แบบกลุ่ม – การจัดวางรูปแต่งบ้านแบบนี้จะดูอิสระขึ้นมากว่าแบบก่อน ๆ หน้า โดยออาจเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นแบบ Grid ที่จัดวางภาพแบบไม่สมมาตร โดยคุณสามารถเลือกภาพมากี่ภาพก็ได้ตามใจชอบ แล้วเรียงร้อยเข้าด้วยกัน ซึ่งขนาดของแต่ละภาพจะไม่เท่ากันก็ได้นั่นเอง แต่สิ่งที่สำคัญคือ อย่าลืมเว้นระยะห่างของแต่ละรูป เพื่อให้เกิด White Space และไม่ให้มองไปแล้วรู้สึกอึดอัดนั่นเอง
  • แบบกระจาย – แบบสุดท้ายคือที่สุดของการจัดวางแบบอิสระเลยก็ว่าได้ เพราะคุณสามารถเลือกรูปภาพตกแต่งบ้านกี่ภาพก็ได้ มาแขวนประดับตกแต่งให้เต็มผนังบ้านของคุณ โดยไม่ลืมเว้นระยะห่างของแต่ละรูปประมาณ 2-4 นิ้ว เพื่อให้ดูไม่แน่นจนเกินไปนั่นเอง

รูปภาพแต่งบ้าน พร้อมกรอบหลากสีสัน หลายสไตล์ เชิญที่ PENNELLO

หากคุณได้ไอเดียในการใช้รูปภาพตกแต่งบ้านที่เราได้นำเสนอไปข้างต้น แล้วรู้สึกว่าอยากหาแหล่งหรือร้านที่จำหน่ายทั้งภาพตกแต่งบ้าน รวมถึงกรอบรูป หลากขนาด หลายสีสัน และหลายสไตล์แล้วนั้น เราขอเชิญคุณเลยที่ PENNELLO เราการันตีเลยว่าเราจะมีทั้งรูปและกรอบให้คุณได้เลือกกันอย่างจุใจ ไม่ว่าไลฟ์สไตล์หรือรสนิยมของคุณเป็นแบบไหน เราก็มีสินค้าไว้บริการคุณอย่างแน่นอน

เรื่องรูปแต่งบ้านและกรอบรูป…ต้องไว้ใจ PENNELLO